ดาวแห่งลูกหนัง

เดนนิส เบิร์กแค้มป์

ตำแหน่ง: กองหน้า

อายุ: 31 ปี

สโมสร : อาร์เซน่อล (อังกฤษ)

ยอดหัวหอกของทีมปืนโตได้กลายเป็น ดาวซัลโวตลอดกาลของทีมชาติฮอลแลนด์ ไปเสียแล้ว เมื่อเขาสามารถระเบิดตาข่ายไปแล้วถึง 36 ประตู จากการลงเล่น 71 นัด เบิร์กแค้มป์มีสถิติที่ดีในการลงเลนทัวร์นาเมนต์ระดับโลก อย่างเช่นศึกยูโร หรือฟุตบอลโลกในครั้งที่ผ่านๆ มา กล่าวคือเขาสามารถยิงประตูได้ทุกครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่ศึกยูโร 92 ที่สวีเดน เขากดไป 3 ประตู ตามมาด้วยฟุตบอลโลก 94 ที่แดนแยงกี้ ครั้งนั้นเขาก็ทำได้ 3 ประตูเช่นกัน จากนั่นก็เป็นศึกยูโร 96 ที่อังกฤษ แต่คราวนี้ฟอร์มตกทำได้แค่ประตูเดียว ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยศึกฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 เมื่อ 2 ปีก่อน โดยเจ้าไอซ์เบิร์กหวดได้ 3 ตุงเช่นเคย ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าศึกยูโร 2000 นี้ น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้ร่วมงานกับทีมชาติในการแข่งขันระดับโลก เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะเลิกเล่น หรือว่าแก่เกินแกงจนไม่มีใครต้องการ แต่เป็นเพราะโรคกลัวเครื่องบินของเขาต่างหาก ที่อาจจะทำให้เขาเลิกเล่นทีมชาติไปจริง ๆ ก็เป็นได้ ก็เนื่องมาจากทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ที่จะระเบิดขึ้นหลังจากศึกยูโรครั้งนี้จบลง ก็คือศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ดันอุตริไปจัดซะไกลถึงแดนปลาดิบนั่นเอง และเขาคงไม่บ้าพอที่จะขับรถจากยุโรปข้ามทวีปเอเชียเป็นแน่

ทั้งหมดนั้นจึงกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่จะช่วยเสริมให้เขาระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาให้ทุกคนได้ตะลึงกันอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาต้องการปิดฉากเส้นทางทีมชาติลงอย่างสวยหรูที่สุด เพื่อเป็นการทิ้งทวน ด้วยการคว้าแชมป์ยูโรร่วมกับทีมชาติดัตช์ให้ได้ หากเขาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอด มั่นใจว่า เขาจะทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน เชื่อว่าหลายคนยังคงจำประตูมหัศจรรย์ที่เขายิงมุมแคบผ่านมือคาร์ลอส โรอา นายประตูอาร์เจนตินา ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ของศึกเวิลด์ คัพ ครั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างดี

ทีมฮอลแลนด์1

กังหันสีส้มแผลงฤทธิ์

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในศึกฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 ที่ประเทศฝรั่งเศส โรจการ์ดได้เรียนรู้วิธีการคุมทีมชาติด้วยการเป็นผู้ช่วยของ กุส ฮิดดิ้งก์ นายใหญ่ของทีมในสมัยนั้น โดยช่วยสร้างให้ทีมดัตช์นั้นแข็งแกร่งจนเกือบถึงที่สุด จนสามารถทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือก ในศึกฟุตบอลโลกครั้งดังกล่าวได้สำเร็จนั่นเอง

ทีมฮอลแลนด์

มีผู้สันทัดกรณีหลายทานต่างลงความเห็นเดียวกันว่า ทีมชาติฮอลแลนด์นั้นคือทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศึกฟร้องซ์ 98 โดยวัดจากเกมที่ถล่ม “โสมขาว” เกาหลีใต้กระเจิดกระเจิงไปถึง 5-0 ในการแข่งขันรอบแรก เช่นเดียวกับแมตช์อันน่าตื่นตาตื่นใจในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินาโดยมี เดนนิส เบร์กแค้มป์ ดาวยิงจาก อาร์เซน่อลในอังกฤษ เป็นพระเอกของงาน หลายคน คงจำได้เมื่อเขาซัดลูกมุมแคบผ่านมือ คาร์ลอล โรอา นายทวารอาร์เจนฯ เข้าประตูไปอย่างสุดมหัศจรรย์ ส่งให้ทีมจากแดนกังหันลมหลุดเข้าไปตัด เชือกกับทีมชาติบราซิลได้เป็นผลสำเร็จ

นอกจากนั้นประตูมหัศจรรย์ที่เจ้าไอซ์เบิร์กทำได้ยังถูกยกย่องว่าเป็นลูกยิงที่สวยที่สุดในศึกเวิลด์ คัพ ครั้งนั้นอีกด้วย จากนั้นในการแข่งขันรอบ 4 ทีมสุดท้ายที่ต้องเผชิญหน้ากับ “แซมบ้า” บราซิล ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างเชียร์ทีมดัตช์กันทั้งสิ้น ก่อนที่ทั้งนักเตะและกองเชียร์จะผิดหวังอย่างแรง เมื่อพ่ายบราซิลไปด้วยการดวลลูกโทษ ชวดเข้าชิงชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย

ทีมอัศวินสีส้มนั้นมีโอกาสใกล้เคียงที่จะขึ้นครองแชมป์ฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้งติดกัน คือในปี 1974 และ 1978 นั่นเอง ทว่าพวกเขาก็ทำได้แค่เกือบ เพราะว่าในเกมนัดชิงชนะเลิศทั้ง 2 นัด “โชค” ไม่เคยเข้าข้างนักเตะดัตช์เลย! นอกจากไม่มีโชคแล้ว ดวงยังไม่ดีอีกต่างหาก ส่งผลให้พวกเขาประสบความล้มเหลวในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปใน 2 ครั้งล่าสุด จากการดวลลูกจุดโทษทั้ง 2 หน โดยเริ่มจากในศึกยูโร 92 ที่สวีเดนเป็นเจ้าภาพ พวกเขาได้รับการคาดหมายว่าจะป้องกันตำแหน่งได้ แต่ก็มีอันต้องพ่ายเดนมาร์กที่มี “เดอะ เกรต เดนส์” ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ยอดผู้รักษาประตูยืนคุมเสาอยู่ ปล่อยให้ทีมจากแดนโคนมสร้างเทพนิยายเดนส์อันลือลั่นขึ้นมาได้สำเร็จในที่สุด

อีก 4 ปีถัดมา ในศึกยูโร 96 ที่เมืองผู้ดี อังกฤษรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ พวกเขาก็ทำได้ดีที่สุดแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังจากถูก “ทีมตราไก่” ฝรั่งเศส เขี่ยตกรอบไป จากการดวลลูกโทษ (อีกแล้ว) ซึ่งก่อนหน้านั้นทีมดัตช์ก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหาภายในทีมอยู่พอสมควรก่อนแล้ว เมื่อเจ้า “พิท บูลล์” เอ๊ดการ์ ดาวิดส์ ยอดมิดฟิลด์จอมลุย ถูกส่งตัวกลับบ้านเกิด หลังจากมีปัญหากับกุส ฮิดดิ้งค์ กุนซือใหญ่ของทีมในขณะนั้น แต่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้วที่พวกเขายังอุตส่าห์รอดสันดอนเข้ามาถึงรอบ 2 ได้ หลังจากโดนทีมสิงโตคำราม อังกฤษเจ้าภาพ ถล่มเละเทะ 1-4 ในการแข่งขันรอบแรกที่ เมกกะเวมบลีย์

เปิดตลาดกัลโช่

… มิเคเล่ ปารามัตติ นักเตะสารพัดประโยชน์ของโบโลญญ่า ย้ายไปร่วมกับยูเว่เรียบร้อยแล้ว … ปารามัตติย้ายไปทีมม้าลายท่ามกลางน้ำตา แม้จะอยู่แค่ 5 ปี ไม่มากไม่มาย แต่เขาค่อนข้างจะผูกพันกับทีมและเมือง ๆ นี้เป็นพิเศษ … ยูเว่ต้องถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเพราะปารามัตติเล่นได้ทั้งกองกลางกองหลัง … มิลานเห็นเงียบอย่างนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกพันธุ์ดีถึง 2 ตัว … ด้า ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลหมดสัญญายืมจากโครินเธียนส์ ต้องกลับมารายงานตัวเป็นขุนพลรอสโซเนรี่ … อีกคนคือ ฟารินอสิ มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติสเปนของบาเลนเชีย โดนมิลานฉกมาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว … ขอปิดท้ายที่ เจ้างูใหญ่ อินเตอร์ ขึ้นฤดูกาลใหม่มีหวังเสียนักเตะชั้นดีออกไปพร้อมกัน 2 คน … หนึ่งนั้นคือ โรบี้ บักโจ สัญญาหมด และ อัลวาโร่ เรโคบา เจ้าหนุ่มอุรุกวัย … เรโคบามีสัญญาเหลืออีก 1 ปีก็จริง แต่หมอประกาศตรงไปตรงมาเลยว่ากับกุนซือชื่อลิปปี้ ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม … หลายทีมจ้องกันตาเป็นมัน หนึ่งในนั้นมิลาซิโอ, มิลาน รวมทั้งผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม … แต่พูดไปก็ไม่ง่ายเพราะท่านประธาน โมรัตติ ไม่อยากจะเสียนักเตะอนาคตไกลอย่างนี้ไปจากทีม

สรุปตลาดกัลโช่ ซีรี่ส์ เอ

ยูเวนตุส
นักเตะ ทีมเก่า ราคา โอกาส
ปารามัตติ โบโลญญ่า 5,000 ล้านลีร์ 100%
โอนีล กายารี่ ??? 100%
ซางคี่ อูดิเนเซ่ ??? 95%
ลาซิโอ
โลเปซ บาเลนเซีย 54,000 ล้านลีร์ 100%
มิลาน
ดิด้า โครินเธียนส์ หมดสัญญายืม 95%
ฟารินอส บาเลนเซีย ??? 95%
ปาร์ม่า
มิกู บอร์กโดซ์ 12,000 ล้านลีร์ 100%
โรม่า
บาติสตูต้า ฟิออฯ 70,000 ล้านลีร์ 95%
ซามูเอล โบคา จูเนียร์ส 35,000 ล้านลีร์ 100%
อีเมอร์สัน เลเวอร์คูเซ่น ??? 80%
มอนเตชินี่ ฟลาเมงโก้ 10,000 ล้านลีร์ 100%
ลุยจิ ซาล่า

ลุยจิ ซาล่า

- หนังเรื่องสุดหายที่คุณดู?

“The Blair Witch Project ผมเสียดายนิดนึงตรงที่มันเป็นเรื่องแต่ง ผมเลยไม่อยากพูดว่ามันดีหรือไม่ดี”

ลุยจิ ซาล่า1

- ซีดีเพลงแผ่นสุดท้ายที่คุณซื้อ?

“ของซานตาน่า ตอนแรกผมได้ยินจากทางวิทยุและโทรทัศน์ก่อน ผมเลยไปซื้อมาฟัง ไม่ทำให้ผิดหวังเลย”

- คุณชอบฟังเพลงประเภทไหน?

“ผมไม่มีแนวเพลงที่ชอบฟังเป็นพิเศษ ผมฟังได้หมดตั้งแต่เพลงจากงานประกวดที่ซานเรโม่ เพลงของซานตาน่า กระทั่งเพลงของคนผิวดำ”

- ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลสำคัญ ๆ ในชีวิตการเป็นนักเตะของคุณมีใครบ้าง?

“มีมากมายหลายคนที่ช่วยให้ผมก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลได้อันดับแรกๆ เลยผมอยากจะกล่าวขอบคุณโตเซ็ตติ, มัซโซล่า และฟาวินี่ของทีมโคโม่ ผมเป็นหนี้บุญคุณทีมบารี่ก็มาก พวกเขาให้โอกาสผมได้ลงเล่นในระดับซีรี่ส์ เอ ทำให้ผมได้แสดงฝีเท้าให้ทีมใหญ่ๆ อย่างมิลานได้เห็น ซึ่งในเรื่องนี้ผมคงเป็นหนี้สโมสรบารี่และเทรนเนอร์ฟาสเช็ตติที่มีความเชื่อมั่นในตัวผมไปตลอด”

- ในฐานะผู้ชายธรรมดา สิ่งใดคือเป้าหมายในชีวิตของคุณ?

“วินาทีนี้ผมคิดถึงแต่ครอบครัว ภรรยา และลูกชายของผม ผมจะพยายามอยู่ใกล้ชิดพวกเขาให้มากที่สุดให้ชีวิตของพวกเราดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เหมือนเช่นที่พ่อกับแม่เลี้ยงดูผมมา ผมรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อไหร่ที่ปัญหาเดินตรงมา เราจะต่อสู้มันพร้อมๆ กัน”

- เงินมีความสำคัญขนาดไหนในชีวิต?

“เงินมีประโยชน์มากในชีวิต แต่ถ้าใช้อย่างไม่ฉลาด หรือไม่ระมัดระวัง มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยอีกอย่างยังมีคุณค่าอย่างอื่นที่สำคัญมากกว่าเงิน”

- เชื่อในพระเจ้าหรือเปล่า?

“ผมทั้งศรัทราและเป็นนักปฏิบัติที่เคร่งครัด ผมเข้าร่วมพิธีมิสซาอย่างสม่ำเสมอ ผมสวดมนต์ก่อนนอน มันช่วยให้ผมมีกำลังใจมีพลังไม่เฉพาะแต่ช่วงที่ชีวิตประสบกับปัญหาเท่านั้น มันยังช่วยให้ผมมีความสงบในใจ อีกด้วย”

- คุณเชื่อโชคลางไหม?

“ผมมีความเชื่อเล็กๆ ที่จะต้องปฏิบัติก่อนลงสนามทุกครั้ง แต่เรื่องนี้เป็นความลับบอกไม่ได้”

- ตอนแมตช์อุ่นเครื่องเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กับดินาโม เคียฟ คุณได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม รู้สึกยังไงบ้าง?

“แม้ว่าเกมนั้นอาจมีความสำคัญน้อย หรือว่าคนอื่นๆ ไม่มีใครอยู่เลย แต่ความรู้สึกประทับใจก็ยังเต็มเปี่ยมอยู่ดี ผมจะไม่เล่าให้ลูกฟังว่าเกมนั้นคือแมตช์อุ่นเครื่อง ดีไม่ดีผมจะไม่บอกด้วยซ้ำไปว่าเกมนั้นขาดใครไปบ้าง ฮ่ะฮ่ะ”

22 ขุนพลสเปนชุดลุยยูโร 2000

โด้ ใบ้แชมป์ยูโร บอกมีสเปนอยู่ด้วย

โรนัลโด้ นักเตะกองหน้าชาวบราซิล ที่อยู่ในระหว่างการพักรักษาหัวเข่าที่ปารีส ได้ให้สัมภาษณ์แสดงทรรศนะเกี่ยวกับ ยูโร 2000 ว่า เขามีความคิดเห็นว่า สเปนเป็นหนึ่งในบรรดาทีมที่มีโอกาสเป็นแชมป์ ซึ่งเขาคิดว่ามีอยู่ 3 ทีมที่มีโอกาส เท่าๆกัน ทั้งนี้ โรนัลโด้ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เลอ กิ๊ปของฝรั่งเศส

“สเปนเป็นหนึ่งในสามทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ พวกเขาเล่นเกมรุกมากกว่าเกมรับ และเกมรุกเยี่ยมมาก ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ยืนยันได้ว่าทีมจากสเปน ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการฟุตบอลยุโรปแล้ว พวกเขาเน้นเกมรุกกันมากกว่าเกมรับ”

“ในแง่ของแท็กติกแล้ว ทุกวันนี้ พวกเขาฝึกเล่นเกมรุกกันมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทำให้ผลงานในสนามนั้นน่าพอใจ นอกจากสเปนแล้ว มีอีกสองทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ได้ นั่นคือ เจ้าภาพ ฮอลแลนด์ และ ฝรั่งเศส พวกเขายังแข็งแกร่งจาก ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก”

โปรแกรมการแข่งขันของสเปนในรอบแรก

13 มิ.ย. 43 เดอ ไคป์, เฟเยนูร์ด

สเปน-นอร์เวย์ (23.00)

18 มิ.ย.43 อัมสเตอร์ดัม อารีน่า, อัมสเตอร์ดัม

สโลเวเนีย-สเปน (23.00)

21 มิ.ย.43 ยัน เบรย์เดล, บรูช

ยูโกสลาเวีย-สเปน (23.00)

สเปนแข่งขันตามเวลาประเทศไทยคือ 23.00 น. โดยตลอดในรอบแรก และเส้นทางสำหรับรอบต่อไปนั้น ถ้าหากเป็นทีมอันดับหนึ่ง หรือที่สอง พวกเขาจะไปพบกับที่สองของกลุ่มดี ซึ่งมีสมาชิกคือ ฮอลแลนด์, ฝรั่งเศส, เช็ก, เดนมาร์ก หากเป็น ฝรั่งเศสกับฮอลแลนด์ รับรองว่า พวกเขาเป็นรองและมีโอกาสเข้ารอบและตกรอบ 8 ทีม สุดท้ายพอๆ กัน

ถ้าหากต้องการสายที่เบาจนถึงรอบชิงชนะเลิศ สเปนต้องเป็นที่สองในกลุ่มซี แล้วลุ้นให้ทีมอย่าง เดนมาร์ก, เชก เข้าที่หนึ่ง ทีมเหล่านี้เป็นทีมที่พวกเขาสู้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นฝรั่งเศสหรือฮอลแลนด์ รับรองงานหนักแน่นอน ส่วนในรอบ 8 ทีม นั้นมีสิทธิ์เจอกับทีมที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก อาจจะเป็นเจ้าภาพ, อังกฤษ ซึ่งสเปนสามารถวัดได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามสเปนมักจะแพ้ทางฝรั่งเศส กับ อิตาลี เป็นสองทีมที่สเปนต้องระวังให้มากในการเผชิญหน้ากับทั้งสองทีมนี้

อนึ่งสเปนมีคิวลับแข้งก่อน ยูโร 2000 อีกสองนัด โนวันที่ 3 มิ.ย. พวกเขาพบกับ สวีเดนที่ โกเตนเบิร์ก และวันที่ 7 มิ.ย. เยือนลักเซมเบิร์ก ในช่วงที่เข้าค่ายฝึกซ้อมแล้วนั่นเอง

บทบาทของมาร์กแซล เดอไซญี่

“ผมคิดว่าฟุตบอลอังกฤษเป็นเกมที่เล่นหนัก ซึ่งพวกเราจำเป็นต้องปรับตัวให้ได้ เมื่อเจอทีมอย่างแบร๊ดฟอร์ด เรามักจะมีปัญหาอยู่บ่อยๆ พวกเราต้องเล่นหนักให้เหมือนกับฝ่ายตรงข้ามด้วย

ทอเร่ อังเดร โฟล เพื่อนร่วมทีมอีกคนหนึ่งของเดอไซญี่ให้ความเห็นว่าการที่ฟุตบอลอังกฤษ มีสไตล์การเล่นเช่นนี้มีส่วนช่วยให้ทีมเชลซีมีข้อได้เปรียบในการเล่นถ้วยยุโรป เพราะพวกเขาสามารถ ควบคุมจังหวะการเล่ของเกมได้ดีกว่าทีมอื่น

“ผมไม่คิดว่าเกมในอังกฤษจะทำให้พวกเราต้องเล่นด้วยความเร็วเช่นนี้ แต่เกมกลับไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร เพราะผู้ตัดสินที่นี่เป่าหยุดเกมบ่อยมาก ไม่เหมือนกับในยุโรปที่เกมจะไหลลื่นมากกว่า นั่น หมายความว่าพวกเราจะต้องคอยควบคุมจังหวะของเกมให้เป็นไปตามที่เราต้องการ ซึ่งผมคิดว่าพวกเราทำได้ดีเนื่องจากพวกเรามีผู้เล่นที่มีคุณภาพเกือบทุกตำแหน่งภายในทีม”

แม้ผลงานในพรีเมียร์ชิพของเชลซีจะน่าผิดหวัง แต่ถ้าพูดถึงผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ผ่านเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะตกรอบด้วยน้ำมือของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่พลิกสถานการณ์จากที่แพ้เชลซีมาในนัดแรก กลับมาถล่มพวกเขาคืนในนัดที่สอง ที่บ้านของพวกเขาเอง ดับโอกาสของเดอไซญี่ และ ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เพื่อนร่วมทีมทั้งในสโมสรและทีมชาติที่จะสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นนักเตะที่คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 3 ครั้ง กับ 3 สโมสรที่แตกต่างกัน

“เมื่อตอนที่ผมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก กับมิลานปี 1994 รูปแบบการแข่งขันในตอนนั้นจะแข่งในรอบแบ่งกลุ่มเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่เหมือนกับในสมัยนี้ที่มากทีมก็ยิ่งมากเกม”

นักเตะอาชีพส่วนใหญ่เมื่อยุติอาชีพค้าแข้งแล้ว ส่วนใหญ่จะผันตัวเองขึ้นเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสรต่างๆ และด้วยบุคลิกบวกกับประสบการณ์อันมากมายทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติจึงไม่น่าแปลกใจถ้าจะเห็นเดอไซญี่อยู่ในมาดผู้จัดการทีมในอนาคต

“ผมยังคงมีสัญญาค้าแข้งอยู่อีก 3 ที่นี่ ซึ่งผมยังไม่ต้องการที่จะเป็นผู้จัดการทีมในเวลานี้หรือแม้แต่เป็นโค้ชก็เถอะ ผมไม่ต้องการความกดดันไปมากกว่านี้”

เอสเลอร์ – ยังเกอร์ สมหวัง

ในขณะที่มีนักเตะในทีมถึง 12 คนที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์ฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยุโรปมาก่อนเลย ส่วนที่อยู่ในเกมชิงชนะเลิศยูโร 96 ที่เยอรมันเฉือนสาธารณรัฐเช็ก 2-1 คว้าแชมป์ที่เวมบลีย์ ลอนดอนนั้น โผล่มาอยู่ในกลุ่มนี้รวม 6 คนคือ โธมัส เฮสเลอร์, เมห์เม็ด โชล, มาร์โค โบเด้, มาร์คุส บับเบิ้ล, คริสเตียน ซีเก้ และโอลิเวอร์ เบียร์เฮฟ แล้วการวืดแชมป์แบบพลิกสนั่นในเกมสุดท้ายของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะเป็นผลกระทบด้านลบต่อนักเตะบางคนที่ตึงตัวมาครั้งนี้หรือไม่?

เอริค ริบเบ็ค ให้ความกระจ่างว่า… “สภาพช็อกอย่างนี้ไม่ได้ช่วยเอื้อให้งานของผมง่ายขึ้นเลย แต่ถ้าหากจำเป็นละก็ ผมก็พร้อมที่จะช่วยให้ อูล์ฟ เคียร์สเท่น และ หรือ มิชาเอล บัลลัค พ้นจากภาวะกังวลนั้น”

ศึกยูโร 2000 ครั้งนี้ มิชาเอล บัลลัค จะใส่เสื้อหมายเลข 13 เหมือนในทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

เลข 13 ที่พลาดสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง จนเป็นเหตุให้ลูกน็อกวิดตำแหน่งแชมป์ ประวัติศาสตร์ของสโมสร

หวังว่าเลข 13 ในทีมชาติจะไม่นำความโชคร้ายเช่นนั้นมาให้นะ

หลังจากตัด สเตฟาน บายน์ลิช และ โอลิเวอร์ นอยวิลล์ ออกไปในทีมชาติชุดปัจจุบันก็จะเหลือนักเตะจากค่ายไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ขณะที่ตัวแทนจากชุดแชมป์บาเยิร์น มิวนิค มากันทั้งหมด 6 คน และอีกครึ่งคือศิษย์เก่า โลธ่าร์ มัทเธอุส ตัวไปอยู่กับนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ เมโทรสตาร์ส แต่หัวใจของเขายังอยู่กับมาเร็น… เฮ้ย!…กับบาเยิร์น มิวนิค เหมือนเติม

แล้วตัวทีมเชฟเองล่ะ? หลังจากปลดปล่อย อูลี่ สตีลิเก้ ออกจากแผ่นหลังแล้ว เอริค ริบเบ็ค อยู่ในสภาพอย่างไร…

“ผมสบายใจนะที่ถามๆ กันเกี่ยวกับผู้จะเข้ามาเป็นบุนเดสเทรนเนอร์รับผิดชอบคนต่อไป คำถามนี้มีมาตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่เข้ามารับงานซะอีก และมันก็จะเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่ถูกถามเรื่องนี้ ชีวิตผมก็คงจะขาดอะไรบางอย่างไปนะ”

รายชื่อนักเตะชุดยูโร 2000 จำนวน 22 คน และตัวสแตนบาย 6 คน

ประตู: โอลิเวอร์ คาห์น (บาเยิร์น)

เยนส์ เลห์มันน์ (ดอร์ทมุนด์)

ฮันส์-ยอร์ก บุทท์ (ฮัมบูร์ก)

กองหลัง: มาร์ดุส บับเบิ้ล (บาเยิร์น)

โธมัส ลิงเค่ (บาเยิร์น)

โลธ่าร์ มัทเธอุส (นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ เมโทรสตาร์ส)

เยนส์ โนว็อทนี่ (เลเวอร์คูเซ่น)

มาร์โค เรห์เมอร์ (แฮร์ซ่า)

กองกลาง : มิชาเอล บัลลัค (เลเวอร์คูเซ่น)

เซบาสเตียน ไดส์เลอร์ (แฮร์ธ่า)

โธมัส เฮสเลอร์ (1860 มิวนิค)

ดีทมาร์ ฮามันน์ (ลิเวอร์พูล)

เยนส์ เยเรมีส (บาเยิร์น)

คาร์สเท่น ราเมโลว์ (เลเวอร์ดูเซ่น)

เมห์เม็ต โชล (บาเยิร์น)

ดาริอุส วอสซ์ (แฮร์ซ่า)

คริสเตีอน ซีเก้ (มิดเดิ้ลสโบรช์)

กองหน้า: โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ (เอซี มิลาน)

มาร์โค โบเด้ (เบรเมน)

คาร์สเท่น อังเคอร์ (บาเยิร์น)

อูล์ฟ เคียร์สเท่น (เลเวอร์คูเซ่น)

เปาโล ริงค์ (เลเวอร์คูเซ่น)

เตรียมพร้อมรออยู่ที่บ้าน : สเตฟาน บายน์ลิช (เลเวอร์คูเซ่น)

มุสตาฟา โดกาน (เฟเนร์บาห์เช่ อิสตันบูล)

มาร์ติน มักซ์ (1860 มิวนิค)

โอลิเวอร์ นอยวิลล์ (เลเวอร์คูเซ่น)

มิชาเอล เพรทซ์ (แฮร์ธ่า)

แบร์นค์ ชไนเดอร์ (เลเวอร์คูเซ่น)

สุดยอดนักเตะเยนส์ เรมีส

กว่าจะมาจนถึงวันนี้ได้เยเรมีสก็ต้องฝ่าฟัน และผจญภัยมาไม่น้อยเหมือนกัน ไม่เชื่อมาไล่ดูประวัติของเขาก็ได้โดยลิเบอโร่อนาคตไกลคนนี้เกิดที่กริลทิซ เมืองที่อยู่ในเยอรมันตะวันออกเดิม ใกล้ๆ ชายแดนโปแลนด์ พออายุได้ 6 ขวบ ก็ไปเล่นอยู่กับทีมมอเตอร์ในบ้านเกิด อีก 6 ปีถัดมาถึงย้ายไปเป็นพลพรรครองทีมดินาโม เดรสเดน แล้วจึงพเนจรไปยังสปอร์ตโฮคชูเล่ สถาบันที่นักกีฬาโอลิมปิกชื่อดังมากมายมารวมตัวกันนั่นแหละ

เยเรมีสพูดถึงอดีตของตัวเองว่า “ผมมีความสุขเสมอที่เดรสเดน ผมไม่เคยรู้สึกเลยนะว่าตัวเองได้สูญเสียช่วงเวลาในวัยหนุ่มไปหรือแม้แต่จะบอกว่าชีวิตผมพลาดหรือขาดอะไรไปบ้างไหม ผมก็คิดว่าไม่ เพราะผมก็แค่เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุข ตามประสาของผมเท่านั้นเอง ก็เนี่ยละพื้นฐานที่คุณต้องมี หากปรารถนาจะก้าวขึ้นไปเล่นในบุนเดสลีกา สักวันหนึ่ง”

“ในเยอรมัน มีผู้คนตั้ง 6 ล้านที่เล่นฟุตบอล แต่มีแค่ 500 คนเท่านั้นล่ะ ที่มีโอกาสก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้ ถ้าคุณไม่มีความตั้งใจและไม่พยายามไขว่คว้าล่าฝันของคุณละก็ ไม่มีวันหรอกที่คุณจะประสบความ สำเร็จได้ถึงจุดที่คุณปรารถนา”

ถึงแม้จะเล่นให้กับสโมสรกีฬาระดับต้นๆ ในเมืองเบียร์ แต่เยเรมีสก็ใช้เวลานานกว่าจะได้มีโอกาสได้ก้าวมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับ 1860 มิวนิค เพราะทีมสิงโตคำรามแฟ่ง มิวนิค มาเจอเพชรงามอย่างเขา ก็เล่นเอาอายุเขาป้าเข้าไปถึง 21 ปีแล้ว

อ๊ะๆ อย่าล้อเล่นไปนะ ทีมระดับ 1860 มิวนิคก็ใช่ว่าจะกระจอกพวกเขาน่ะเป็นรองแค่บาเยิร์น มิวนิค เท่านั้นในเรื่องของความเก่งกาจ แต่ถ้าพูดถึงความป๊อปปูล่าร์พวกเขาฮิตติดลมบนมาเป็นทีมอันดับ 1 แห่งแคว้นบาวาเรียเชียวนะ นั่นล่ะจุดเปลี่ยนในชีวิตค้าแข้งของเยเรมีสล่ะ เพราะหลังจากถูก 1860 ดึงมาเซ็นสัญญาด้วยค่าตัว17,000 ปอนด์ เมื่อปี 1995 แล้ว มิดฟิลด์ผมสลวยก็กลายมาเป็นคีย์แมนจอมห้าวของทีมสิงโตมิวนิค ในเวลาต่อมาไม่นาน

โรนัลด์ เดอ บัวร์ แชมป์นี้สีส้ม!

“เชื่อสิว่าพอถึงเวลาที่เราต้องลงสนามจริงๆ ในตอนนั้นแล้ว ทุกคนต่างก็รู้ว่านี่ไม่ใช่การทดลองหรือทดสอบอะไรอีกต่อไป แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นเยอะ พวกเราจะรู้ได้เองว่าเนี่ยละของจริงที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีความหมายต่อทีมอย่างยิ่งยวดล่ะ”

“ชัยชนะที่มีเหนือทีมอินทรีเหล็กนั้นเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับทีมอย่างแท้จริงโดยเฉพาะกับ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด โค้ชของทีม พวกเราต้องพยายามทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้เต็มที่ ส่วนหนึ่งก็เพื่อโค้ชของเราด้วยนะ เพราะเขาก็เป็นผู้ที่พยายามทุกวิถีทางให้เราประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าทั้งไรจ์การ์ดและพวกเราทุกคนต่างก็ทุ่มเทเพื่อให้ได้มาซึ่งเกียรติยศ แต่ผมอยากบอกเหลือเกินว่า หากแม้พวกเราทำสำเร็จจริง ๆ แฟร้งค์คือคนที่สนับสนุนพวกเราอยู่ตลอดเวลา”

เดอ บัวร์ ตกเป็นข่าวว่า อาจจะย้ายจากบาร์เซโลน่าในสเปนไปร่วมทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ในอังกฤษ หลังจากที่เขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมรวมดาราโลกด้วย ทว่าเดอ บัวร์ กลับรู้สึกเฉยๆ กับ ข่าวนี้ โดยเขาให้เหตุผลว่า

“อาชีพค้าแข้งอย่างพวกเราเปลี่ยนแปลงเร็วจะตายไป อาทิตย์นี้คุณอาจถูกดร็อปออกจากทีม แล้วรู้สึกแย่จัง แต่อาทิตย์ต่อมาคุณอาจกลับมาอยู่ในทีมชุดใหญ่อีกครั้งและกลายเป็นฮีโร่ของทีมไปเลยก็ได้ เพราะคุณเป็นคนที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น หนำซ้ำยังยิงประตูให้ทีมได้อีก อะไรประมาณเนี้ย”

“ตอนนี้ผมเองก็ยังมีความสุขกับบาร์ซ่าดีอยู่นะ ไม่เห็นต้องดิ้นรนอยากย้ายไปไหนสักหน่อย ที่สำคัญผมยังอยากโชว์ความสามารถให้แฟน ๆ ที่นี่ชมเป็นขวัญตาต่ออีกหน่อยด้วยล่ะ ดังนั้นผมก็เลยยังไม่มีความคิดอยากย้ายทีมหรอก แต่ในโลกของลูกหนังคุณไม่อาจพูดคำว่า “ไม่เคย” “ไม่มีทาง” หรือ “เป็นไปไม่ได้” ได้หรอกนะ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอแหละ”

ถึงตรงนี้ก็พอจะสรุปได้แล้วว่า ทีมกังหันสีส้มก็เป็นอีก 1 ทีม ที่มอง ข้ามไม่ได้แน่ ๆ เพราะนอกจากจะเป็นทีมเจ้าภาพแล้ว ขุมกำลังของพวกเขาก็ยังไม่เป็นของใคร มิหนำซ้ำพวกเขายังตั้งเป้าไปถึงแชมป์โน่น อีกต่างหาก ดังนั้นพวกเขาจึงพร้อมเป็นกระดูกชิ้นโตของทุกๆ ทีม ที่จะต้องโคจรมาพบกันแน่นอน ที่สำคัญที่สุด พวกเขายังมีเดอ บัวร์ ที่เปรียบเสมือนขิง ที่ยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ดไว้เป็นทีเด็ดของทีม อีกต่างหากอย่างเผลอล่ะคุณอาจถูกพลพรรคฟลายอิ้ง ดัตช์แมน เขี่ยตกรอบง่ายๆ ก็ได้นะ

ข้อมูลส่วนตัว

ทีมชาติ : ฮอลแลนด์

สโมสร : บาร์เซโลน่า

เกิด : 15 พฤษภาคม 1978 ในกรูเตบร็อค

สโมสรเดิม : อาแจ๊กซ์, ทเวนเต้, อาแจ้กซ์

ติดทีมชาติครั้งแรก : มีนาคม 1993 กับ ซาน มาริโน

ติดทีมชาติทั้งสิ้น : 57 ครั้ง (12 ประตู)

เกียรติประวัติ : 1995 แชมป์สโมสรโลก (กับอาแจ้กซ์)

: 1995 แชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ

: 1995 แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก

: 1990, 1994, 1995, 1996, 1998 แชมป์พรีเมียร์ดัตช์ (กับอาแจ้กซ์)

: 1998 แชมป์ดัตช์ คัพ กับอาแจ้กซ์

: 1999 แชมป์ลา ลีกา กับบาร์เซโลน่า

อลัน เชียเรอร์1

คำลาของอลัน เชียเรอร์

ฤดูกาลล่าสุดอุตส่าห์เทกด่านเข้าถึงรอบตัดเชือก แถมไม่มี แมนฯ ยูไนเต็ด ของแสลงตัวฉกาจมายุ่มย่ามหัวใจ แต่ก็โดนเชลซีทุบแดดิ้น

“อาจจะใช่ที่ผมไม่ค่อยประสบความสำเร็จในระดับสโมสร แต่ผมก็ทำดีที่สุดแล้ว และผมถือว่าตัวเองมีทางไปได้สวยกับทีมชาติ”

“ในยูโร 2000 เราผ่านกระบวนการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีแน่นอน เราต้องเป็นทีมที่มีคุณภาพในระดับหนึ่ง จะบอกว่าเราไม่มีลุ้นแชมป์เลยก็คงไม่ใช่”

อย่างไรก็เถอะผลการจับสลากแบ่งกลุ่มในรอบสุดท้าย สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ให้อังกฤษจัดอยู่ในทีมวางกลุ่มสุดท้าย

นั่นอาจไม่ใช่เป็นการปรามาส หากวัดกันในผลงานรอบคัดเลือก เพราะกว่าจะทะลุเข้ามาได้ก็ ลต้องปาดเหงื่อจนหยดสุดท้าย จากเกมเพลย์ออฟกับสกอตแลนด์ทั้ง 2 แมตช์

ภายในกลุ่มเอ ที่สิงโตคำรามพำนักนอกเหนือไปจากเยอรมันคู่ตุนาหงันตัวยงแล้วยังมีโรมาเนียกับโปรตุเกสนอนพาดขวางทางอยู่เบื้องหน้าอีก

เมื่อคราวฟร้องซ์ 98 ที่ผ่านมา อังกฤษเจอบทเรียนอันแสบสันต์จากพิษสงของโรมาเนียมาแล้ว มาคราวนี้ก็ยังหนีไม่พ้นอีก

ทัพแดร็กคูล่าเหลืองเป็นทีมที่ชาญฉลาด ในจังหวะการเล่นฉาบฉวย หรือโต้กลับฉับพลัน ซึ่งหากคู่ต่อกรสมาธิหลุดก็เหมือนกับฆ่าตัวเองทันที

ดาราระดับอ๋องอย่างจอร์จี้ ฮาจี้ หรือจอร์จี้ โปเปสคู ไม่ต้องสาธยายให้เปลืองน้ำลายว่าฉกาจเพียงใด ประสบการณที่เคี่ยวกรำมาจนแกร่งกล้า ย่อมพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

สำหรับโปรตุเกสจอมเทคนิคแห่งยุโรปใต้ ถือเป็นของใหม่ถอดด้ามพอสมควร แม้จะเคยประลองแข้งกันเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก

แต่สำคัญสุดต้องถอนขนอินทรีเหล็กให้ได้ก่อน เพื่อเป็นการถอนแต้ม…

ตอนยูโร 96 ที่อังกฤษรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ต้องตกรอบตัดเชือกอย่างเจ็บแสบด้วยน้ำมือของเยอรมัน และมันมาจากการพิพากษาด้วยลูกจุดโทษด้วย

เมื่อเห็น แกเร็ธ เซาธ์เกต ซัดจุดโทษพลาด หัวใจของฮอตชอตหล่นไปอยู่ที่นิ้วหัวแม่เท้าทันที

อลัน เชียเรอร์

“การเป็นแชมป์กลุ่มมีความหมายต่อเรามาก ก่อนที่เราจะไต่ขึ้นไปคว้าแชมป์ภายหลัง”

“ถ้าเราจะเป็นทีมที่ดีที่สุดนั้น หมายความว่าเราต้องชนะเยอรมันให้ได้ด้วย และผมเชื่อว่าเรามีศักยภาพดีพอ”

นับตั้งแต่เชียเรอร์เข้าสู่ทำเนียบทีมชาติ เขาต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งพาร์ตเนอร์ ในแดนหน้านั้นย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว แต่กับผู้จัดการทีมเขาต้องร่วมงานมาถึง 4 คนด้วย

“ผู้จัดการทีมแต่ละคนย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลิกการทำทีมหรือแท็กติกต่างๆ”

“มิสเตอร์เทอร์นิป” เกรแฮม เทย์เลอร์ คือกุนซือสิงโตคนแรก จากนั้นตามด้วย เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์, เกล็น ฮ็อตเดิ้ล ตามท้ายด้วย เควิน คีแกน ในปัจจุบัน